วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2559

วัฒนธรรมแดนปลาดิบฉีกกรอบบทนิยามเส้นขนานได้อย่างไร?

Photo:http://th.priceprice.com/others/news/Hatsune-Miku-Performs-with-Kabuki-Actors-532/

           เจแปน แดนปลาดิบ เป็นดินแดนที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นคงทางวัฒนธรรม ถึงแม้ว่าดินแดนแห่งนี้จะมีความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่วัฒนธรรมความเป็นญี่ปุ่นที่แข็งแกร่งก็ไม่ได้สูญหายหรือลบเลือนไปจากสังคมญี่ปุ่น วัฒนธรรมของดินแดนปลาดิบแห่งนี้ยังคงมั่นคงและเผยแพร่ไปสู่สาธารณชนทั่วโลก จนกลายเป็นวัฒนธรรมที่ใครๆต่างก็รู้จักและพากันยกย่องชื่นชม
            สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือ ภายใต้ความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ภายใต้กระแสของวัฒนธรรมตะวันตกที่ถาโถมเข้ามาสู่ภูมิภาคเอเชีย ญี่ปุ่นยังคงความแข็งแกร่งและมั่นคงทางวัฒนธรรมไว้ได้อย่างไร
            หากจะเปรียบเทียบวัฒนธรรมของญี่ปุ่น เป็นเส้นขนานคู่หนึ่งก็สามารถเปรียบเทียบได้ แต่เส้นขนานคู่นี้กลับพิเศษกว่าเส้นขนานทั่วๆไป เพราะเส้นขนานคู่นี้สามารถฉีกกรอบของบทนิยามเส้นขนานที่ว่า เส้นตรงสองเส้นขนานกันก็ต่อเมื่อเส้นตรงสองเส้นนั้นอยู่บนระนาบเดียวกัน และไม่มีจุดใดที่เส้นทั้งสองจะมาตัดกันได้ได้อย่างสิ้นเชิง
            แล้วเส้นขนานทางสายวัฒนธรรมคู่นี้ฉีกกรอบบทนิยามของเส้นขนานได้อย่างไร?
          ในที่นี้จะขอเปรียบเทียบประเทศญี่ปุ่นเป็นระนายๆหนึ่ง วัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นเป็นเส้นตรงเส้นหนึ่งที่เกิดขึ้นมาพร้อมๆระนาบคือประเทศญี่ปุ่น และความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีสมัยใหม่กับกระแสของวัฒนธรรมตะวันตกที่กำลังถาโถมเข้ามาเป็นเส้นตรงเส้นใหม่ที่เดินทางเข้ามาควบคู่กับเส้นตรงเส้นเก่าบนระนาบเดียวกันคือแดนปลาดิบแห่งนี้ แต่อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วในข้างต้นว่าเส้นตรงคู่นี้มีความพิเศษ และความพิเศษดังกล่าว คือ เส้นตรงทั้งสองเส้นสามารถเดินทางมาบรรจบ(ตัดกัน)กัน จนเกิดเป็นวัฒนธรรมปัจจุบันของญี่ปุ่นได้ ซึ่งฉีกกกรอบบทนิยามของเส้นขนานได้ด้วยความชาญฉลาดของชาวญี่ปุ่นในการปรับตัวและประยุกต์ผสมผสานเส้นตรงสองเส้นนี้ให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกันได้
            หลายคนคงจะรู้จักวัฒนธรรมดั้งเดิมตั้งแต่สมัยโจมงของญี่ปุ่น อย่างเช่น งานฝีมือ อิเกะบะนะ (การจัดดอกไม้) การแสดง คาบูกิ (การแสดงละคร) และพิธีชงชา ผ่านทางสื่อต่างๆที่ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น และเผยแพร่ออกสู่นานาประเทศ หรือบางครั้งใครที่เคยไปเที่ยวญี่ปุ่นอาจจะเคยเห็นหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นใส่ชุดกิโมโนหรือชุดยูกะตะ ออกมาเดินตามงานเทศกาลต่างๆอย่างไม่เคอะเขิน สิ่งเหล่านี้คือสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่าญี่ปุ่นสามารถหล่อหลอมวัฒนธรรมดั้งเดิมผสานเข้ากับวัฒนธรรมใหม่ และอนุรักษ์สืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบันผ่านรุ่นสู่รุ่นได้อย่างน่าประทับใจ
            ชาวญี่ปุ่นเลือกรับวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาผสานกับวัฒนธรรมดั้งเดิม จนก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมใหม่อันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น แต่ในวัฒนธรรมใหม่นั้นก็ยังคงมีรากฐานและรูปแบบของวัฒนธรรมเก่าอยู่ครบถ้วน สังเกตได้จากสื่อบันเทิงของญี่ปุ่น อย่างเช่น มังงะ แอนิเมะ ซีรีส์ และหนัง ซึ่งเป็นผลมาจากการประยุกต์ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นกับวัฒนธรรมที่รับมาจากตะวันตก สิ่งเหล่านี้กลายเป็นวัฒนธรรมขึ้นชื่อของชาวญี่ปุ่นที่ทั่วโลกต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี
            มังงะ เป็นส่วนหนึ่งของการผสมผสานทางวัฒนธรรม กล่าวคือ พัฒนาการของมังงะนั้นเริ่มมาจากการประยุกต์ศิลปะการวาดภาพแบบอุคิโยเอะ(ศิลปะดั้งเดิมของญี่ปุ่น) เข้ากับจิตรกรรมตะวันตกที่ญี่ปุ่นรับเข้ามาเพื่อพัฒนาประเทศให้เท่าเทียมกับชาติมหาอำนาจตะวันตกในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่19
            มังงะ ได้รับการยอมรับว่าเป็นวิจิตรศิลป์และวรรณกรรมรูปแบบหนึ่ง นักเขียนมังงะจึงสอดแทรกวิถีชีวิตและวัฒนธรรมความเป็นญี่ปุ่นลงในเนื้อเรื่องของมังงะด้วย ตัวอย่างเช่น เรื่อง Pin to Kona (ยอดชายคาบูกิ) ของอาจารย์ ชิมาคิ อะโคะ (Shimaki Ako) ซึ่งเป็นเรื่องราวของการแสดงคาบูกิ อันเป็นวัฒนธรรมด้านการแสดงละครที่เก่าแก่ของญี่ปุ่น
            ภายหลังเมื่อความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีเข้ามาสู่ประเทศญี่ปุ่น มังงะก็เริ่มพัฒนาขึ้นเป็นแอนิเมะ ซึ่งเป็นการ์ตูนภาพเคลื่อนไหวของญี่ปุ่นที่ได้เผยแพร่ออกสู่นานาประเทศจนกลายเป็นสื่อบันเทิงชนิดหนึ่งที่โด่งดังจากแดนปลาดิบ และเมื่อแอนิเมะได้รับความนิยมมากขึ้น ชาวญี่ปุ่นก็เริ่มนำมาสร้างเป็นซีรีย์หรือหนังที่ใช้คนแสดงจริง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีการในการถ่ายทอดวัฒนธรรมออกสู่กลุ่มเป้าหมายอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้เสพงานมังงะหรือแอนิเมะ
            การประยุกต์และผสมผสานทางวัฒนธรรมระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นเข้ากับวัฒนธรรมใหม่ที่อาศัยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมาเป็นเครื่องมือในการรวมสองวัฒนธรรมให้เป็นหนึ่งเดียวและสามารถบรรจุวัฒนธรรมเก่าแก่ต่างๆไว้อย่างครบถ้วน อย่างเช่น มังงะ วรรณกรรมขึ้นชื่อของญี่ปุ่น ที่ภายหลังอาศัยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยพัฒนาไปเป็นสื่อรูปแบบอื่น ซึ่งสามารถเข้าถึงผู้คนทั่วโลกได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย เป็นการรวมเส้นตรงสองเส้นให้บรรจบเข้าเป็นจุดเดียวกันได้อย่างชาญฉลาด
วัฒนธรรมปัจจุบันของญี่ปุ่นจึงฉีกกรอบบทนิยามของเส้นขนานในตอนแรกเริ่มได้ เนื่องกระแสของวัฒนธรรมสองเส้นที่เดินทางมาควบคู่กันและดูเหมือนจะไม่สามารถบรรจบหรือรวมเข้ากันเป็นหนึ่งเดียวได้ในตอนแรกเริ่มนั้นสามารถบรรจบกันเป็นหนึ่งเดียวได้ในที่สุด และคำว่าเส้นขนานทางวัฒนธรรมจึงถูกทำลายลง ดังนั้น เส้นขนานทางวัฒนธรรมสองเส้นจึงไม่ได้เป็นเส้นขนานอีกต่อไป

เจแปน แดนปลาดิบแห่งนี้ จึงเป็นดินแดนแห่งมนต์เสน่ห์ที่ดึงดูดให้ใครหลายคนเข้าไปสัมผัสกับมรดกทางวัฒนธรรมที่งดงามซึ่งเกิดจากการผสมผสานของเส้นตรงทางกระแสวัฒนธรรมสองเส้น ที่แม้จะเป็นเส้นขนานที่แตกต่างกันอย่างสุดโต่ง แต่ก็เป็นเส้นขนานที่สามารถบรรจบกันได้ ณ บริเวณหมู่เกาะทางตะวันออกสุดของโลกแห่งนี้...

หมายเหตุ หากบทความนี้ผิดพลาดประการใด ผู้เขียนก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย