Photo:http://th.priceprice.com/others/news/Hatsune-Miku-Performs-with-Kabuki-Actors-532/
สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือ
ภายใต้ความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย
ภายใต้กระแสของวัฒนธรรมตะวันตกที่ถาโถมเข้ามาสู่ภูมิภาคเอเชีย
ญี่ปุ่นยังคงความแข็งแกร่งและมั่นคงทางวัฒนธรรมไว้ได้อย่างไร
หากจะเปรียบเทียบวัฒนธรรมของญี่ปุ่น
เป็นเส้นขนานคู่หนึ่งก็สามารถเปรียบเทียบได้
แต่เส้นขนานคู่นี้กลับพิเศษกว่าเส้นขนานทั่วๆไป
เพราะเส้นขนานคู่นี้สามารถฉีกกรอบของบทนิยามเส้นขนานที่ว่า “เส้นตรงสองเส้นขนานกันก็ต่อเมื่อเส้นตรงสองเส้นนั้นอยู่บนระนาบเดียวกัน
และไม่มีจุดใดที่เส้นทั้งสองจะมาตัดกันได้” ได้อย่างสิ้นเชิง
แล้วเส้นขนานทางสายวัฒนธรรมคู่นี้ฉีกกรอบบทนิยามของเส้นขนานได้อย่างไร?
ในที่นี้จะขอเปรียบเทียบประเทศญี่ปุ่นเป็นระนายๆหนึ่ง
วัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นเป็นเส้นตรงเส้นหนึ่งที่เกิดขึ้นมาพร้อมๆระนาบคือประเทศญี่ปุ่น
และความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีสมัยใหม่กับกระแสของวัฒนธรรมตะวันตกที่กำลังถาโถมเข้ามาเป็นเส้นตรงเส้นใหม่ที่เดินทางเข้ามาควบคู่กับเส้นตรงเส้นเก่าบนระนาบเดียวกันคือแดนปลาดิบแห่งนี้
แต่อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วในข้างต้นว่าเส้นตรงคู่นี้มีความพิเศษ
และความพิเศษดังกล่าว คือ เส้นตรงทั้งสองเส้นสามารถเดินทางมาบรรจบ(ตัดกัน)กัน
จนเกิดเป็นวัฒนธรรมปัจจุบันของญี่ปุ่นได้
ซึ่งฉีกกกรอบบทนิยามของเส้นขนานได้ด้วยความชาญฉลาดของชาวญี่ปุ่นในการปรับตัวและประยุกต์ผสมผสานเส้นตรงสองเส้นนี้ให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกันได้
หลายคนคงจะรู้จักวัฒนธรรมดั้งเดิมตั้งแต่สมัยโจมงของญี่ปุ่น
อย่างเช่น งานฝีมือ อิเกะบะนะ (การจัดดอกไม้) การแสดง คาบูกิ (การแสดงละคร)
และพิธีชงชา ผ่านทางสื่อต่างๆที่ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น และเผยแพร่ออกสู่นานาประเทศ
หรือบางครั้งใครที่เคยไปเที่ยวญี่ปุ่นอาจจะเคยเห็นหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นใส่ชุดกิโมโนหรือชุดยูกะตะ
ออกมาเดินตามงานเทศกาลต่างๆอย่างไม่เคอะเขิน
สิ่งเหล่านี้คือสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่าญี่ปุ่นสามารถหล่อหลอมวัฒนธรรมดั้งเดิมผสานเข้ากับวัฒนธรรมใหม่
และอนุรักษ์สืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบันผ่านรุ่นสู่รุ่นได้อย่างน่าประทับใจ
ชาวญี่ปุ่นเลือกรับวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาผสานกับวัฒนธรรมดั้งเดิม
จนก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมใหม่อันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น
แต่ในวัฒนธรรมใหม่นั้นก็ยังคงมีรากฐานและรูปแบบของวัฒนธรรมเก่าอยู่ครบถ้วน
สังเกตได้จากสื่อบันเทิงของญี่ปุ่น อย่างเช่น มังงะ แอนิเมะ ซีรีส์ และหนัง
ซึ่งเป็นผลมาจากการประยุกต์ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นกับวัฒนธรรมที่รับมาจากตะวันตก
สิ่งเหล่านี้กลายเป็นวัฒนธรรมขึ้นชื่อของชาวญี่ปุ่นที่ทั่วโลกต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี
มังงะ
เป็นส่วนหนึ่งของการผสมผสานทางวัฒนธรรม กล่าวคือ พัฒนาการของมังงะนั้นเริ่มมาจากการประยุกต์ศิลปะการวาดภาพแบบอุคิโยเอะ(ศิลปะดั้งเดิมของญี่ปุ่น)
เข้ากับจิตรกรรมตะวันตกที่ญี่ปุ่นรับเข้ามาเพื่อพัฒนาประเทศให้เท่าเทียมกับชาติมหาอำนาจตะวันตกในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่19
มังงะ ได้รับการยอมรับว่าเป็นวิจิตรศิลป์และวรรณกรรมรูปแบบหนึ่ง
นักเขียนมังงะจึงสอดแทรกวิถีชีวิตและวัฒนธรรมความเป็นญี่ปุ่นลงในเนื้อเรื่องของมังงะด้วย
ตัวอย่างเช่น เรื่อง Pin
to Kona (ยอดชายคาบูกิ)
ของอาจารย์ ชิมาคิ อะโคะ (Shimaki
Ako)
ซึ่งเป็นเรื่องราวของการแสดงคาบูกิ
อันเป็นวัฒนธรรมด้านการแสดงละครที่เก่าแก่ของญี่ปุ่น
ภายหลังเมื่อความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีเข้ามาสู่ประเทศญี่ปุ่น
มังงะก็เริ่มพัฒนาขึ้นเป็นแอนิเมะ
ซึ่งเป็นการ์ตูนภาพเคลื่อนไหวของญี่ปุ่นที่ได้เผยแพร่ออกสู่นานาประเทศจนกลายเป็นสื่อบันเทิงชนิดหนึ่งที่โด่งดังจากแดนปลาดิบ
และเมื่อแอนิเมะได้รับความนิยมมากขึ้น
ชาวญี่ปุ่นก็เริ่มนำมาสร้างเป็นซีรีย์หรือหนังที่ใช้คนแสดงจริง
ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีการในการถ่ายทอดวัฒนธรรมออกสู่กลุ่มเป้าหมายอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้เสพงานมังงะหรือแอนิเมะ
การประยุกต์และผสมผสานทางวัฒนธรรมระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นเข้ากับวัฒนธรรมใหม่ที่อาศัยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมาเป็นเครื่องมือในการรวมสองวัฒนธรรมให้เป็นหนึ่งเดียวและสามารถบรรจุวัฒนธรรมเก่าแก่ต่างๆไว้อย่างครบถ้วน
อย่างเช่น มังงะ วรรณกรรมขึ้นชื่อของญี่ปุ่น ที่ภายหลังอาศัยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยพัฒนาไปเป็นสื่อรูปแบบอื่น
ซึ่งสามารถเข้าถึงผู้คนทั่วโลกได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย
เป็นการรวมเส้นตรงสองเส้นให้บรรจบเข้าเป็นจุดเดียวกันได้อย่างชาญฉลาด
วัฒนธรรมปัจจุบันของญี่ปุ่นจึงฉีกกรอบบทนิยามของเส้นขนานในตอนแรกเริ่มได้
เนื่องกระแสของวัฒนธรรมสองเส้นที่เดินทางมาควบคู่กันและดูเหมือนจะไม่สามารถบรรจบหรือรวมเข้ากันเป็นหนึ่งเดียวได้ในตอนแรกเริ่มนั้นสามารถบรรจบกันเป็นหนึ่งเดียวได้ในที่สุด
และคำว่าเส้นขนานทางวัฒนธรรมจึงถูกทำลายลง ดังนั้น
เส้นขนานทางวัฒนธรรมสองเส้นจึงไม่ได้เป็นเส้นขนานอีกต่อไป
เจแปน แดนปลาดิบแห่งนี้
จึงเป็นดินแดนแห่งมนต์เสน่ห์ที่ดึงดูดให้ใครหลายคนเข้าไปสัมผัสกับมรดกทางวัฒนธรรมที่งดงามซึ่งเกิดจากการผสมผสานของเส้นตรงทางกระแสวัฒนธรรมสองเส้น
ที่แม้จะเป็นเส้นขนานที่แตกต่างกันอย่างสุดโต่ง
แต่ก็เป็นเส้นขนานที่สามารถบรรจบกันได้ ณ
บริเวณหมู่เกาะทางตะวันออกสุดของโลกแห่งนี้...
หมายเหตุ หากบทความนี้ผิดพลาดประการใด ผู้เขียนก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น